๒๕๕๑-๐๘-๑๖

อากง..กับหลานอ้วนจอมง่วงนอน

วันนี้เป็นวันที่ได้นอนยาวๆอย่างเงียบสงบ เพราะไม่มีคนอยู่บ้านและไม่มีโทรศัพท์มากระตุกประสาท.... จริงๆแล้วเสียใจอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยเดอะแม่ชวนไปเที่ยวงานอะไรสักอย่างที่เมืองทองธานี แต่ไอ้ลูกทรพีที่เข้านอนเช้าคนนี้มันใจร้าย เลือกนอนอุตุคุดคู้เป็นหมูดอง มากกว่าจะพาเดอะแม่ไปเที่ยว....บางทีข้าพเจ้าก็กระอักกระอ่วนใจกับการเลือก อย่างที่สุภาษิตจีนเขาว่า "บุญคุณต้องทดแทน..ง่วงต้องนอน?..." -_-"

วันนี้เป็นวันสว่างสลับทึมๆ ดูอากาศสับสนเหมือนใจคนยิ่งนัก แดดเปรี้ยงๆกวักมือเรียกชวนให้ซักผ้า แต่พอผ้าเปียก เมฆฝนระดับเอ๊กซ์ตร้าจัมโบ้ก็ปกคลุมทันที.. ครั้นพอเราเลือกจะไม่ตาก มันก็เลือกจะไม่ตกซะงั้น...
"สัจจะไม่มีในหมู่โจรฉันใด...ความกวนตรีนไม่ได้มีแค่ในหมู่คนฉันนั้น (มีในหมู่เมฆและฟ้าด้วย).."

ตอนเย็นนั่งทำตัวโง่หน้าทีวีดูรายการ "ปู่กะหลานกู้อีจู้"อะไรสักอย่างนี่แหละ เป็นรายการที่เอาคนแก่กับหลานๆมาทำภารกิจร่วมกัน ตอนที่ดูนี่เป็นอากงกับอาหลานตี๋อ้วน มาบรรเลงเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ โดยให้อากงสีซอเป็นทำนอง ส่วนอาหลานเป็นคนร้อง.. ดูๆไปก็ตะกุกตะกักปนน่ารักดี ที่น่าสนใจคือตอนรับรางวัลนี่สิ รายการก็ช่างคิด มีให้เลือก 2 อย่าง คือ หนังสือที่หลานอยากอ่าน กับ นาฬิกาที่อากงอยากได้ ...ทางอากงก็อยากตามใจหลาน ทางหลานก็เกรงใจอากง โยนกันไปโยนกันมา สุดท้ายหลานบอกง่วงนอนแล้วให้อากงเลือกละกัน.. อากงอีก็จูงมือหลานมาที่หน้าชั้นหนังสือแล้วบอกว่า "หลานเอ๊ย ที่อยู่ตรงหน้า...นี่คือความรู้ ความรู้ที่เจ้าจะใช้ไว้เลี้ยงตัวได้ในภายภาคหน้า ซึ่งมันสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น.."

หลานอ้วนนิ่งไปพักใหญ่ ลุงพิธีกรถามว่าพูดอะไรกับอากงหน่อยครับ อีก็หันไปพูดเสียงสั่นๆว่า "ง่วงนอนจังครับ "..... อากงค่อยๆดึงหลานเข้ามากอด ส่วนอาหลานก็ร้องไห้ฮือๆกับพุงเหี่ยวๆใต้เสื้อของอากง แบบแอบๆไม่ให้ใครเห็นชัด....

ข้าพเจ้าเชื่อว่ามันไม่ใช้น้ำตาที่ออกมาจากความง่วง...... มันน่าจะเป็นน้ำตาชนิดเดียวกับที่ไหลออกมาจากตาข้าพเจ้าตอนนี้...

ไม่มีความคิดเห็น: